วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เอกสารที่ต้องเตรียม

คนไทย
  1. บัตรประชาชน


คนญี่ปุ่น
  1. พาสปอร์ตตัวจริง
  2. หนังสือรับรองพาสปอร์ต+ใบแปลที่ประทับตรากงสุล 
  3. หนังสือรับรองความเป็นโสด+ใบแปลที่ประทับตรากงสุล
  4.  หนังสือรับรองคุณสมบัติในการสมรส+ใบแปลที่ประทับตรากงสุล


ห้ามลืม

พยาน 2 คน 
กรณีจดทะเบียนสมรสกับคนต่างชาติต้องเตรียมพยานไปด้วย

  • บางเขตจะอนุโลมให้เราหรือเจ้าหน้าที่ล่ามให้ได้
  • บางเขตจะขอให้มีญาติฝั่งคนไทยไปเป็นพยาน 1 คน
  • บางเขต เช่น บางรัก จะขอดูใบเสร็จคำแปลหนังสือรับรองที่ได้จากกงสุล
ดังนั้นก่อนไป ควรโทรไปถามที่สำนักเขตเขตที่จะไปจดก่อน ว่าต้องใช้เอกสารและพยานอะไรบ้าง

ของเราเตรียมล่ามไป 1 คน (เพื่อนที่พูดญี่ปุ่นได้) กับพาคุณพ่อไปเป็นพยาน


ความชุลมุนวุ่นวายในการจดทะเบียนสมรส

ก่อนไปเราเตรียมพร้อมโทรไปถามสำนักงานเขตใกล้บ้าน

  1. เริ่มจากที่ว่าการอำเภอเมือง สมุทรปราการ เพราะชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น จดทะเบียนเสร็จจะได้เปลี่ยนนามสกุลทีเดียว พอโทรไปถามเจ้าหน้าที่บอกไม่มีคนเซ็น
  2. สำนักงานเขตบางนา เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากรณีสมรสกับคนต่างชาติต้องยื่นเอกสารมาให้ตรวจสอบก่อน(ต้องมายื่นเอกสารเองห้ามมอบอำนาจ) แล้วเจ้าหน้าที่จะนัดสัมภาษณ์ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านแล้วถึงจะนัดวันให้ไปจดทะเบียน ตอนนี้คิวยาวไป 2 อาทิตย์หน้าแล้ว ถ้าจะจดให้รีบมายื่นเอกสาร เนื่องจากลางานไม่ได้ และขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากจึงตัดสำนักงานเขตบางนาไป
  3. สำนักงานเขตบางรัก หาข้อมูลเจอว่าจำกัดให้คนต่างชาติจดทะเบียนแค่ 8 คู่ต่อวัน บางวันเต็มตั้งแต่สำนักงานยังไม่เปิด กลัวไปแล้วแจ๊คพอตเลยไม่เอา ปล.โทรไปถามเจ้าหน้าแจ้งว่าจำกัดแค่วันละ 8 คู่จริงเพราะการดำเนินงานใช้เวลานานคู่ละ 2 ชม. จึงต้องจำกัดจำนวน
  4. โทรหาสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (ชื่อดูอลังการดี) เจ้าหน้าที่บอกคนเซ็นอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง ถ้าจดกับต่างชาติต้องเป็นนายทะเบียนเซ็นเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่นายไม่อยู่ไปบางรักดีกว่าก็เลยตัดไป
  5. สำนักงานที่โทรถามแล้วมีคนเซ็นตลอดไม่จำกัดจำนวนต่อวันก็จะมี
    สำนักงานเขตหลักสี่ เขตดอนเมือง ก็สำรองไว้ว่าถ้าไม่ได้จะมานี่


วันจดทะเบียนสมรส

ตัดสินใจไปลองที่อำเภอเมือง ตรงปากน้ำก่อน เพราะสะดวกสุด ใกล้สุด รอจน 9 โมง
จนท.
: ไม่มีคนเซ็น
เรา :  ที่บางพลีมีไหม
จนท. : ที่สมุทรปราการไม่มีอำเภอไหนจดทะเบียนให้คนต่างชาติหรอกค่ะ ไปกรุงเทพฯดีกว่า
มีงี้ด้วย นี่คนต่างชาติหรืออาชญากรข้ามชาติ ตัดสินใจโทรไปถามที่บางพลี ซึ่งที่นั้นก็ตอบว่าไม่รับจดให้ต่างชาติ เลยเดินออกจากอำเภอ ไล่โทรหาสำนักงานเขตกรุงเทพฯที่ไม่ไกลจากบ้านนัก

เขตประเวศ สวนหลวง คนไม่เซ็นอยู่


จนสุดท้ายโทรหาสำนักงานเขตลาดกระบัง 
จนท.  เอกสารพร้อมไหม
เรา  :  พร้อมมากทั้งเอกสารกับพยาน ล่าม ญาติเตรียมไว้หมดแล้วค่ะ
จนท. :  งั้นรีบมานะคะ มาก่อนพักเที่ยงจะได้ไม่ต้องรอนาน

รีบบึ่งรถไปสำนักงานเขตลาดกระบัง ไปถึงได้คิวเลยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง มีซักประวัติฝ่ายชาย 2 รอบ เป็นการสัมภาษณ์ทั่วๆไป เจอกันยังไง เจ้าหน้าที่บริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส 

จนในที่สุดก็ได้ใบทะเบียนสมรสมา



ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขตลาดกระบัง คุณนิตยา คุณไก่และคุณต่ายที่ให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการจดทะเบียนสมรสให้จนเสร็จสมบูรณ์

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ตัวอย่างการแปลหนังสือรับรองโสด พาสปอร์ต คุณสมบัติการสมรส


คำแนะนำการแปลหนังสือรับรองเพื่อนำไปประทับตราที่กงสุล
  1. ส่วนใหญ่ที่แปลไปเองจะต้องโดนแก้เล็กๆน้อยๆอยู่แล้ว ไม่ต้องตกใจ ถ้าอยากให้เสร็จเรียบร้อยในวันเดียว เอาโน้ตบุ๊คกับแฟลชไดร์ฟไปด้วย พอได้เอกสารมาแก้ตามจุดที่เจ้าหน้าที่วงให้ แล้วเอาไปปริ้นที่ชั้น2 ตึกกงสุล ไปตั้งแต่เช้าแก้เสร็จส่งก่อนเที่ยงจะได้คืนประมาณบ่าย2
  2.  ถ้าหนังสือรับรองเขียนคำว่าMR. ตอนแปลใส่นายนำหน้าชื่อด้วย แต่ถ้าหนังสือรับรองใส่แค่ชื่อ-นามสกุล ตอนแปลไม่ต้องใส่คำว่า นาย
  3. ปีค.ศ.ตอนแปลให้แปลงเป็นปีพ.ศ. ใส่แค่ตัวเลข ไม่ต้องพิมพ์คำว่าพ.ศ.นำหน้า
  4.  ชื่อตำแหน่งภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่สถานทูตหาได้จากเว็บไซต์ทั่วไป
  5. หนังสือรับรองเขียนอะไรมาแปลทุกคำ อะไรที่ไม่ได้เขียนไม่ต้องแปลเพิ่ม 
  6. ภาษาที่เจ้าหน้าที่แก้มาบางคำ อ่านแล้วงงกว่าเดิม ไม่ต้องไปใส่ใจ พิมพ์ตามเขาไป เรื่องจะได้จบ
  7. ใบเสร็จหนังสือรับรองจากสถานทูตและใบเสร็จรับรองการแปลจากสถานกงสุลเก็บไว้ให้ดีห้ามทิ้ง ตอนจดทะเบียนสมรส สำนักงานเขตบางที่จะขอดู


ตัวอย่างหนังสือรับรองที่เราแปลและกงสุลแก้ให้แล้ว


1.หนังสือรับรองโสด






2.หนังสือรับรองพาสปอร์ต




3.หนังสือรับรองคุณสมบัติการสมรส






วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

แชร์ประสบการณ์การจดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่น

เราเลือกจดทะเบียนสมรสที่ไทยก่อนแล้วค่อยแจ้งญี่ปุ่นทีหลัง
ข้อดี คนไทยเตรียมเอกสารไม่เยอะ สบาย ส่วนคนที่เหนื่อยเตรียมเอกสารจะเป็นคนญี่ปุ่นแทน


สำหรับการแต่งงานกับคนต่างชาติเป็นอะไรที่ยุ่งยากและขั้นตอนเยอะ
เริ่มจาก ต้องไปขอหนังสือปฏิญาณคุณสมบัติในการสมรสกับหนังสือรับรองความเป็นโสดที่สถานทูต
ตามด้วย เอาเอกสารทั้งหมดแปลเป็นภาษาไทยแล้วไปประทับตรารับรองที่กงสุล
จนสุดท้าย เอาเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่สำนักงานเขตเพื่อขอจดทะเบียน


1.ยื่นขอ “หนังสือปฏิญาณคุณสมบัติในการสมรส” และ “หนังสือรับรองความเป็นโสด”

      เตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดไปยื่นที่สถานทูตญี่ปุ่น
ลิงค์เอกสารที่ต้องใช้ →
  http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/amarri.htm
เราให้แฟนเตรียมเอกสารตัวจริงทั้งหมดแล้วก็เขียนใบมอบอำนาจส่งอีเอ็มเอสมาที่บ้าน แล้วเราก็ฝากพี่ชายไปยื่นแทนเพราะติดงาน
เรากับแฟนเขียนใบมอบอำนาจกันคนละแผ่น แฟนเขียนภาษาญี่ปุ่น เราเขียนภาษาไทย ยื่นเอกสารเสร็จก็จะได้ใบนัดรับเอกสารมา
(ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที)


วันถัดมาเราลางานไปรับเอกสารที่สถานทูตกับแฟน เอาใบนัดรับมาจ่ายเงินเสร็จ
    อย่าลืมขอหนังสือรับรองพาสปอร์ตแฟนจากสถานทูตด้วย ตอนแรกเราเข้าใจว่าแปลจากหน้าพาสปอร์ตแฟนได้เลย โชคดีที่ตอนรับเอกสารเจ้าหน้าที่เตือนว่าจดทะเบียนต้องใช้หนังสือรับรองพาสปอร์ตจากสถานทูตเท่านั้นเลยขอเพิ่ม 

ตอนกรอกต้องระวัง ตรงช่องที่ให้เขียนว่าต้องการนำเอกสารไปใช้ที่ไหนเพื่ออะไร ให้เขียนว่าใช้จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต อย่าใส่ชื่อสำนักงานเขต เวลาเอาไปใช้จะได้ใช้ได้ทุกที่ ของเรากรอกไปว่าสำนักงานเขตบางรัก พอวันจริงไปจดสำนักงานเขตที่ใกล้บ้าน เกือบจดทะเบียนไม่ได้




2.แปลหนังสือรับรองความเป็นโสด หนังสือปฏิญาณคุณสมบัติในการสมรสและหนังสือรับรองพาสปอร์ต

หนังสือรับรองที่ออกจากสถานทูตจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เราก็แปลเป็นภาษาไทยแล้วก็เอาไปยื่นภายในวันนั้นเลย เราใช้วิธีการหาตัวอย่างหนังสือรับรองที่มีคนแปลจากเว็บมาแปลเป็นไทยคร่าวๆไว้ก่อน พอได้เอกสารตัวจริงก็แค่ปรับเนื้อความบางส่วนให้เข้ากับของตัวเอง ประหยัดเวลาไปได้เยอะ มีที่ต้องแปลทั้งหมดเลย คือ หนังสือรับรองพาสปอร์ตเพราะตอนแรกเข้าใจว่าแปลจากหน้าพาสปอร์ตแฟนได้เลย แต่ตอนรับเอกสารที่สถานทูตบอกว่าต้องใช้หนังสือรับรองพาสปอร์ตจากสถานทูตเท่านั้นเลยขอเพิ่ม

วันที่ไปสถานทูตเราพกโน้ตบุ๊คกับแฟลชไดร์ฟไปด้วยเพราะตั้งใจว่าจะรีบไปเอาหนังสือรับรองตอนเช้าแล้วเอาไปรับรองคำแปลที่กงสุลบ่ายวันนั้นเลย  ขึ้นรถเอ็มอาทีไปต่อรถไฟสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง)ไปลงสถานีหลักสี่ รถออก12.55 ถึงบ่ายสองกว่า เลทไปครึ่งชั่วโมง นั่งแปลบนรถไฟเสร็จทันเวลาพอดี พอลงรถไฟก็เอาไฟล์เอกสารทั้งหมดเซฟลงแฟลชไดร์ฟไปปริ้นที่ไอทีสแควร์ มีร้านปริ้นอยู่ชั้น 1 ใกล้ๆบันไดเลื่อน แผ่นละ 10 บาท 

นั่งแท๊กซี่ไปกงสุล 70 บาท รีบไปกรอกเอกสารที่ชั้น3 รับบัตรคิว อย่าลืมเตรียมสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาพาสปอร์ตแฟนไปด้วย (สำเนาต้องเป็นขนาด A4 เท่านั้น) แฟนถ่ายพาสปอร์ตไซส์ครึ่งA4 ต้องไปถ่ายใหม่
ลงมาชั้น2 มีร้านรับถ่ายเอกสารกับปริ้นงาน ราคาเท่าที่ไอทีสแควร์ มาปริ้นที่นี่ก็ได้ - -*
ค่ารับรองเอกสาร 1,200 บาท (ต้องประทับตรารับรองเอกสารทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
รอคิวอยู่ประมาณ 1 ชม.ก็เอาเอกสารที่แปลไปยื่น ได้ใบนัดรับให้มาเอาอีก 2 วัน
เราติดงานเลยฝากแฟนมารับเอกสารไปถึง 9 โมง รอคิวเกือบ 2 ชม. ได้ใบที่แปลไว้คืน มีจุดที่ต้องแก้ไขก็ให้แฟนถ่ายรูปส่งมาในLINEแก้เสร็จก็ส่งเมลกลับไป ให้แฟนเอาไปปริ้นที่ร้านถ่ายเอกสารชั้น 2 ในกงสุล เอาไปยื่นใหม่ รอคิวประทับตรา เสร็จบ่าย 2 

สำหรับคนที่แปลเอกสารเอง
💪
วันที่ไปรับเอกสารให้รีบไปแต่เช้าเพราะต้องแก้คำผิดในเอกสารที่แปล เช่น อาจจะมีจุดที่แปลมาแล้วไม่สละสลวย เจ้าหน้าที่จะวงคำนั้นแล้วแก้มาให้ ไม่ต้องตกใจ โดนกันทุกคน แก้เฉพาะตรงที่เขาวงแล้วปริ้นใหม่เอาไปยื่น จะได้เอกสารที่ประทับตราเรียบร้อยคืนในวันนั้นเลย)

ได้เอกสารทั้งหมดมาก็เตรียมไปจดทะเบียนสมรส 😊

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

Sakura in Okayama : Handayama Botanical garden

สวนฮันดะยามะ
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 308 เยน เด็ก 124 เยน 
*แสดงบัตรนักเรียน เข้าฟรี (เราใช้บัตรนักเรียนมหาวิทยาลัยโอคายาม่า ส่วนเพื่อนใช้บัตรโรงเรียนภาษาโอคายาม่า เข้าฟรีทั่งคู่)

การเดินทาง
นั่งรถไฟจากสถานีโอคายาม่า สายtsuyama line ใช้เวลา 4 นาที มาลงที่สถานีHokaiin
เดินต่ออีก 900 เมตร ประมาณ12นาที (สามารถเช่าจักยานที่สถานีโอคายาม่าปั่นมาได้ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง)



สวนฮันดะยามะอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยโอคายาม่า วิทยาเขตซึชิมะ