วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เอกสารที่ต้องเตรียม

คนไทย
  1. บัตรประชาชน


คนญี่ปุ่น
  1. พาสปอร์ตตัวจริง
  2. หนังสือรับรองพาสปอร์ต+ใบแปลที่ประทับตรากงสุล 
  3. หนังสือรับรองความเป็นโสด+ใบแปลที่ประทับตรากงสุล
  4.  หนังสือรับรองคุณสมบัติในการสมรส+ใบแปลที่ประทับตรากงสุล


ห้ามลืม

พยาน 2 คน 
กรณีจดทะเบียนสมรสกับคนต่างชาติต้องเตรียมพยานไปด้วย

  • บางเขตจะอนุโลมให้เราหรือเจ้าหน้าที่ล่ามให้ได้
  • บางเขตจะขอให้มีญาติฝั่งคนไทยไปเป็นพยาน 1 คน
  • บางเขต เช่น บางรัก จะขอดูใบเสร็จคำแปลหนังสือรับรองที่ได้จากกงสุล
ดังนั้นก่อนไป ควรโทรไปถามที่สำนักเขตเขตที่จะไปจดก่อน ว่าต้องใช้เอกสารและพยานอะไรบ้าง

ของเราเตรียมล่ามไป 1 คน (เพื่อนที่พูดญี่ปุ่นได้) กับพาคุณพ่อไปเป็นพยาน


ความชุลมุนวุ่นวายในการจดทะเบียนสมรส

ก่อนไปเราเตรียมพร้อมโทรไปถามสำนักงานเขตใกล้บ้าน

  1. เริ่มจากที่ว่าการอำเภอเมือง สมุทรปราการ เพราะชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น จดทะเบียนเสร็จจะได้เปลี่ยนนามสกุลทีเดียว พอโทรไปถามเจ้าหน้าที่บอกไม่มีคนเซ็น
  2. สำนักงานเขตบางนา เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากรณีสมรสกับคนต่างชาติต้องยื่นเอกสารมาให้ตรวจสอบก่อน(ต้องมายื่นเอกสารเองห้ามมอบอำนาจ) แล้วเจ้าหน้าที่จะนัดสัมภาษณ์ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านแล้วถึงจะนัดวันให้ไปจดทะเบียน ตอนนี้คิวยาวไป 2 อาทิตย์หน้าแล้ว ถ้าจะจดให้รีบมายื่นเอกสาร เนื่องจากลางานไม่ได้ และขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากจึงตัดสำนักงานเขตบางนาไป
  3. สำนักงานเขตบางรัก หาข้อมูลเจอว่าจำกัดให้คนต่างชาติจดทะเบียนแค่ 8 คู่ต่อวัน บางวันเต็มตั้งแต่สำนักงานยังไม่เปิด กลัวไปแล้วแจ๊คพอตเลยไม่เอา ปล.โทรไปถามเจ้าหน้าแจ้งว่าจำกัดแค่วันละ 8 คู่จริงเพราะการดำเนินงานใช้เวลานานคู่ละ 2 ชม. จึงต้องจำกัดจำนวน
  4. โทรหาสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (ชื่อดูอลังการดี) เจ้าหน้าที่บอกคนเซ็นอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง ถ้าจดกับต่างชาติต้องเป็นนายทะเบียนเซ็นเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่นายไม่อยู่ไปบางรักดีกว่าก็เลยตัดไป
  5. สำนักงานที่โทรถามแล้วมีคนเซ็นตลอดไม่จำกัดจำนวนต่อวันก็จะมี
    สำนักงานเขตหลักสี่ เขตดอนเมือง ก็สำรองไว้ว่าถ้าไม่ได้จะมานี่


วันจดทะเบียนสมรส

ตัดสินใจไปลองที่อำเภอเมือง ตรงปากน้ำก่อน เพราะสะดวกสุด ใกล้สุด รอจน 9 โมง
จนท.
: ไม่มีคนเซ็น
เรา :  ที่บางพลีมีไหม
จนท. : ที่สมุทรปราการไม่มีอำเภอไหนจดทะเบียนให้คนต่างชาติหรอกค่ะ ไปกรุงเทพฯดีกว่า
มีงี้ด้วย นี่คนต่างชาติหรืออาชญากรข้ามชาติ ตัดสินใจโทรไปถามที่บางพลี ซึ่งที่นั้นก็ตอบว่าไม่รับจดให้ต่างชาติ เลยเดินออกจากอำเภอ ไล่โทรหาสำนักงานเขตกรุงเทพฯที่ไม่ไกลจากบ้านนัก

เขตประเวศ สวนหลวง คนไม่เซ็นอยู่


จนสุดท้ายโทรหาสำนักงานเขตลาดกระบัง 
จนท.  เอกสารพร้อมไหม
เรา  :  พร้อมมากทั้งเอกสารกับพยาน ล่าม ญาติเตรียมไว้หมดแล้วค่ะ
จนท. :  งั้นรีบมานะคะ มาก่อนพักเที่ยงจะได้ไม่ต้องรอนาน

รีบบึ่งรถไปสำนักงานเขตลาดกระบัง ไปถึงได้คิวเลยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง มีซักประวัติฝ่ายชาย 2 รอบ เป็นการสัมภาษณ์ทั่วๆไป เจอกันยังไง เจ้าหน้าที่บริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส 

จนในที่สุดก็ได้ใบทะเบียนสมรสมา



ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขตลาดกระบัง คุณนิตยา คุณไก่และคุณต่ายที่ให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการจดทะเบียนสมรสให้จนเสร็จสมบูรณ์

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ตัวอย่างการแปลหนังสือรับรองโสด พาสปอร์ต คุณสมบัติการสมรส


คำแนะนำการแปลหนังสือรับรองเพื่อนำไปประทับตราที่กงสุล
  1. ส่วนใหญ่ที่แปลไปเองจะต้องโดนแก้เล็กๆน้อยๆอยู่แล้ว ไม่ต้องตกใจ ถ้าอยากให้เสร็จเรียบร้อยในวันเดียว เอาโน้ตบุ๊คกับแฟลชไดร์ฟไปด้วย พอได้เอกสารมาแก้ตามจุดที่เจ้าหน้าที่วงให้ แล้วเอาไปปริ้นที่ชั้น2 ตึกกงสุล ไปตั้งแต่เช้าแก้เสร็จส่งก่อนเที่ยงจะได้คืนประมาณบ่าย2
  2.  ถ้าหนังสือรับรองเขียนคำว่าMR. ตอนแปลใส่นายนำหน้าชื่อด้วย แต่ถ้าหนังสือรับรองใส่แค่ชื่อ-นามสกุล ตอนแปลไม่ต้องใส่คำว่า นาย
  3. ปีค.ศ.ตอนแปลให้แปลงเป็นปีพ.ศ. ใส่แค่ตัวเลข ไม่ต้องพิมพ์คำว่าพ.ศ.นำหน้า
  4.  ชื่อตำแหน่งภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่สถานทูตหาได้จากเว็บไซต์ทั่วไป
  5. หนังสือรับรองเขียนอะไรมาแปลทุกคำ อะไรที่ไม่ได้เขียนไม่ต้องแปลเพิ่ม 
  6. ภาษาที่เจ้าหน้าที่แก้มาบางคำ อ่านแล้วงงกว่าเดิม ไม่ต้องไปใส่ใจ พิมพ์ตามเขาไป เรื่องจะได้จบ
  7. ใบเสร็จหนังสือรับรองจากสถานทูตและใบเสร็จรับรองการแปลจากสถานกงสุลเก็บไว้ให้ดีห้ามทิ้ง ตอนจดทะเบียนสมรส สำนักงานเขตบางที่จะขอดู


ตัวอย่างหนังสือรับรองที่เราแปลและกงสุลแก้ให้แล้ว


1.หนังสือรับรองโสด






2.หนังสือรับรองพาสปอร์ต




3.หนังสือรับรองคุณสมบัติการสมรส






วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

แชร์ประสบการณ์การจดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่น

เราเลือกจดทะเบียนสมรสที่ไทยก่อนแล้วค่อยแจ้งญี่ปุ่นทีหลัง
ข้อดี คนไทยเตรียมเอกสารไม่เยอะ สบาย ส่วนคนที่เหนื่อยเตรียมเอกสารจะเป็นคนญี่ปุ่นแทน


สำหรับการแต่งงานกับคนต่างชาติเป็นอะไรที่ยุ่งยากและขั้นตอนเยอะ
เริ่มจาก ต้องไปขอหนังสือปฏิญาณคุณสมบัติในการสมรสกับหนังสือรับรองความเป็นโสดที่สถานทูต
ตามด้วย เอาเอกสารทั้งหมดแปลเป็นภาษาไทยแล้วไปประทับตรารับรองที่กงสุล
จนสุดท้าย เอาเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่สำนักงานเขตเพื่อขอจดทะเบียน


1.ยื่นขอ “หนังสือปฏิญาณคุณสมบัติในการสมรส” และ “หนังสือรับรองความเป็นโสด”

      เตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดไปยื่นที่สถานทูตญี่ปุ่น
ลิงค์เอกสารที่ต้องใช้ →
  http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/amarri.htm
เราให้แฟนเตรียมเอกสารตัวจริงทั้งหมดแล้วก็เขียนใบมอบอำนาจส่งอีเอ็มเอสมาที่บ้าน แล้วเราก็ฝากพี่ชายไปยื่นแทนเพราะติดงาน
เรากับแฟนเขียนใบมอบอำนาจกันคนละแผ่น แฟนเขียนภาษาญี่ปุ่น เราเขียนภาษาไทย ยื่นเอกสารเสร็จก็จะได้ใบนัดรับเอกสารมา
(ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที)


วันถัดมาเราลางานไปรับเอกสารที่สถานทูตกับแฟน เอาใบนัดรับมาจ่ายเงินเสร็จ
    อย่าลืมขอหนังสือรับรองพาสปอร์ตแฟนจากสถานทูตด้วย ตอนแรกเราเข้าใจว่าแปลจากหน้าพาสปอร์ตแฟนได้เลย โชคดีที่ตอนรับเอกสารเจ้าหน้าที่เตือนว่าจดทะเบียนต้องใช้หนังสือรับรองพาสปอร์ตจากสถานทูตเท่านั้นเลยขอเพิ่ม 

ตอนกรอกต้องระวัง ตรงช่องที่ให้เขียนว่าต้องการนำเอกสารไปใช้ที่ไหนเพื่ออะไร ให้เขียนว่าใช้จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต อย่าใส่ชื่อสำนักงานเขต เวลาเอาไปใช้จะได้ใช้ได้ทุกที่ ของเรากรอกไปว่าสำนักงานเขตบางรัก พอวันจริงไปจดสำนักงานเขตที่ใกล้บ้าน เกือบจดทะเบียนไม่ได้




2.แปลหนังสือรับรองความเป็นโสด หนังสือปฏิญาณคุณสมบัติในการสมรสและหนังสือรับรองพาสปอร์ต

หนังสือรับรองที่ออกจากสถานทูตจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เราก็แปลเป็นภาษาไทยแล้วก็เอาไปยื่นภายในวันนั้นเลย เราใช้วิธีการหาตัวอย่างหนังสือรับรองที่มีคนแปลจากเว็บมาแปลเป็นไทยคร่าวๆไว้ก่อน พอได้เอกสารตัวจริงก็แค่ปรับเนื้อความบางส่วนให้เข้ากับของตัวเอง ประหยัดเวลาไปได้เยอะ มีที่ต้องแปลทั้งหมดเลย คือ หนังสือรับรองพาสปอร์ตเพราะตอนแรกเข้าใจว่าแปลจากหน้าพาสปอร์ตแฟนได้เลย แต่ตอนรับเอกสารที่สถานทูตบอกว่าต้องใช้หนังสือรับรองพาสปอร์ตจากสถานทูตเท่านั้นเลยขอเพิ่ม

วันที่ไปสถานทูตเราพกโน้ตบุ๊คกับแฟลชไดร์ฟไปด้วยเพราะตั้งใจว่าจะรีบไปเอาหนังสือรับรองตอนเช้าแล้วเอาไปรับรองคำแปลที่กงสุลบ่ายวันนั้นเลย  ขึ้นรถเอ็มอาทีไปต่อรถไฟสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง)ไปลงสถานีหลักสี่ รถออก12.55 ถึงบ่ายสองกว่า เลทไปครึ่งชั่วโมง นั่งแปลบนรถไฟเสร็จทันเวลาพอดี พอลงรถไฟก็เอาไฟล์เอกสารทั้งหมดเซฟลงแฟลชไดร์ฟไปปริ้นที่ไอทีสแควร์ มีร้านปริ้นอยู่ชั้น 1 ใกล้ๆบันไดเลื่อน แผ่นละ 10 บาท 

นั่งแท๊กซี่ไปกงสุล 70 บาท รีบไปกรอกเอกสารที่ชั้น3 รับบัตรคิว อย่าลืมเตรียมสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาพาสปอร์ตแฟนไปด้วย (สำเนาต้องเป็นขนาด A4 เท่านั้น) แฟนถ่ายพาสปอร์ตไซส์ครึ่งA4 ต้องไปถ่ายใหม่
ลงมาชั้น2 มีร้านรับถ่ายเอกสารกับปริ้นงาน ราคาเท่าที่ไอทีสแควร์ มาปริ้นที่นี่ก็ได้ - -*
ค่ารับรองเอกสาร 1,200 บาท (ต้องประทับตรารับรองเอกสารทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
รอคิวอยู่ประมาณ 1 ชม.ก็เอาเอกสารที่แปลไปยื่น ได้ใบนัดรับให้มาเอาอีก 2 วัน
เราติดงานเลยฝากแฟนมารับเอกสารไปถึง 9 โมง รอคิวเกือบ 2 ชม. ได้ใบที่แปลไว้คืน มีจุดที่ต้องแก้ไขก็ให้แฟนถ่ายรูปส่งมาในLINEแก้เสร็จก็ส่งเมลกลับไป ให้แฟนเอาไปปริ้นที่ร้านถ่ายเอกสารชั้น 2 ในกงสุล เอาไปยื่นใหม่ รอคิวประทับตรา เสร็จบ่าย 2 

สำหรับคนที่แปลเอกสารเอง
💪
วันที่ไปรับเอกสารให้รีบไปแต่เช้าเพราะต้องแก้คำผิดในเอกสารที่แปล เช่น อาจจะมีจุดที่แปลมาแล้วไม่สละสลวย เจ้าหน้าที่จะวงคำนั้นแล้วแก้มาให้ ไม่ต้องตกใจ โดนกันทุกคน แก้เฉพาะตรงที่เขาวงแล้วปริ้นใหม่เอาไปยื่น จะได้เอกสารที่ประทับตราเรียบร้อยคืนในวันนั้นเลย)

ได้เอกสารทั้งหมดมาก็เตรียมไปจดทะเบียนสมรส 😊

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

Sakura in Okayama : Handayama Botanical garden

สวนฮันดะยามะ
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 308 เยน เด็ก 124 เยน 
*แสดงบัตรนักเรียน เข้าฟรี (เราใช้บัตรนักเรียนมหาวิทยาลัยโอคายาม่า ส่วนเพื่อนใช้บัตรโรงเรียนภาษาโอคายาม่า เข้าฟรีทั่งคู่)

การเดินทาง
นั่งรถไฟจากสถานีโอคายาม่า สายtsuyama line ใช้เวลา 4 นาที มาลงที่สถานีHokaiin
เดินต่ออีก 900 เมตร ประมาณ12นาที (สามารถเช่าจักยานที่สถานีโอคายาม่าปั่นมาได้ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง)



สวนฮันดะยามะอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยโอคายาม่า วิทยาเขตซึชิมะ 















วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หอพัก


หอพักนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยโอคายาม่า
1.หอคุวาโนกิ
2.แชร์เฮาส์

สำหรับคนที่ไปแลกเปลี่ยน/เรียนปริญญาโท-เอกที่นั่นจะมีสิทธิพักที่หอมหาวิทยาลัย
ไม่เกิน1ปี สำหรับค่าเรียนโท ปีต่อไปต้องไปเช้าอพาร์ตเมนท์ใกล้ๆมหาลัยแทน


บรรยากาศในหอพักคุวาโนกิ Kuwanoki 
อันนี้ห้องเราเอง N304
เป็นห้องเดี่ยว มีห้องน้ำในตัวมีครัวเล็กๆให้
ค่าหอ 15,000 เยน/เดือน (พ.ศ.2558-2559)
ค่าน้ำ-ไฟประมาณ3,500เยน/เดือน เปิดแอร์/ฮีตเตอร์ทุกวัน
ช่วงหน้าหนาวเปิดฮีตเตอร์ตั้งแต่บ่ายจรดเช้า
ค่าน้ำ-ไฟอพาร์ตเมนท์ข้างนอกแพงกว่านี้มาก


โต๊ะเขียนหนังสือมีโคมไฟตั้งโต๊ะให้หนึ่งอัน


ตู้เย็นพร้อม


ครัวน้อยๆ 



ทางเข้าค่ะ ห้องเล็กๆ อบอุ่น


มีอ่างให้ด้วย สามารถแช่ได้ ค่าน้ำถูกมากกก 
ของเราค่าน้ำไฟประมาณ3,500เยนต่อเดือนค่ะ มีแช่อ่างเดือนละครั้ง

เตียงมีลิ้นชักเก็บของได้ 2 ช่อง


แอร์สามารถปรับเป็นฮีตเตอร์ได้ช่วงหน้าหนาว
ค่าไฟถูก ถ้าหนาวก็เปิดนะ ของเราเปิดฮีตเตอร์ทุกวัน
ควรซื้อผ้ารองที่นอนหน้าหนาวมาปูบนเตียงด้วย ไม่งั้นจะหนาวมากกกก

มีเครื่องซักผ้าประจำชั้น ชั้นละ 3 เครื่อง 200เยน/ครั้งใช้รวมกัน มีเครื่องปั้นแห้ง ปั่นฟรี


แชร์เฮาส์
หอนี้จะอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน ชาวต่างชาติ 3 คน ชาวญี่ปุ่น 1 คน
ค่าหอ 23,000 เยน/เดือน
ทุกคนจะมีห้องนอนส่วนตัว แต่จะมีห้องรวมที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกัน

ขอบคุณเครดิตภาพจากน้องป๊อบ 

ทางเดิน
มีเครื่องซักผ้าส่วนตัว

ห้องน้ำ ของหอนี้จะเป็นฝักบัว ไม่มีอ่างอาบน้ำ




บรรยากาศภายในห้องนอน

มีโต๊ะเขียนหนังสือและชั้นวางให้



บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง มีครัวใช้ร่วมกัน ค่าน้ำ-ค่าไฟหารกัน


หน้าต่างห้องรวม




วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

ซิมโทรศัพท์มือถือ

สำหรับคนที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น 1 ปีขอแนะนำให้ใช้ซิมชื่อ iijmio
สามารถไปซื้อได้ที่Bic Camera

ข้อดี-ข้อเสียซิมiijmio 

1.สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ แต่ไม่สามารถโทรออกได้
2.เมื่อต้องการยกเลิกซิมการ์ด สามารถยกเลิกผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลย
3.สะดวก เพราะตัดเงินผ่านบัตรเครดิต แต่ข้อควรระวังคือ ชื่อบนหน้าบัตรเครดิตต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้ใช้ซิมการ์ด ไม่สามารถยืมบัตรเครดิตคนอื่นมาใช้ได้
4.ยุ่งยากตอนปรับตั้งค่าเล็กน้อย สามารถให้เพื่อนช่วยได้ เพราะข้อมูลในเว็บส่วนใหญ่จะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น

ซิมนี้เหมาะสำหรับคนที่ไปเรียนระยะสั้น 1 เทอม หรือ 1 ปี เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ในการโทรออกมากนัก สามารถไปโทรจากตู้สาธารณะแทนได้
(1ปีที่อยู่ญี่ปุ่นเราใช้โทรศัพท์ประมาณ 5 ครั้ง ใช้โทรสมัครงานพิเศษและสอบถามข้อมูลรถบัส)


ทางเข้าไปอ่านรายละเอียดหน้าเว็บ --->  https://www.iijmio.jp/hdd/data/spec.jsp  (ภาษาญี่ปุ่นล้วน)

แพลนที่ต้องเลือกคือライトスタートプラン 

เนื่องจากสามารถใช้ทั้งอินเทอร์เนตและไลน์ได้ ทำให้ติดต่อได้สะดวก สามารถใช้ไลน์โทรออกได้ปกติ อินเทอร์เนตเป็นแบบอันลิมิต แต่เมื่อใช้ไปถึง6GBความเร็วจะลดลง


สำหรับตัวミニマムスタートプランตัวนี้จะไม่สามารถใช้ไลน์ได้ อาจจะลำบากเวลาโทรหาหรือติดต่อ

เพื่อน เนื่องจากส่วนใหญ่จะใช้ไลน์ในการติดต่อกัน

ปล.ตอนซื้อต้องจ่ายค่าซิมต่างหากจากค่ารายเดือนด้วย ถ้าจำไม่ผิดจะประมาณ2,000กว่าเยน



การยกเลิกการใช้บริการให้ล็อคอินชื่อ+พาสเวิล์ด ตรงปุ่มที่วงสีแดงไว้ *ควรให้คนญี่ปุ่นช่วยยกเลิกให้เพราะเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ ยกเลิกเดือนไหนจะใช้เนตได้ถึงปลายเดือนนั้น 
**ชื่อ+พาสเวิล์ดถ้าจำไม่ผิดจะเป็นการ์ดที่มากับซองของซิมมือถือตั้งแต่ตอนซื้อ




วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การฝากเงิน ถอนเงินสำหรับธนาคารญี่ปุ่น

การฝากเงิน ถอนเงินสำหรับธนาคารญี่ปุ่น

นักเรียนที่มาแลกเปลี่ยนจะมีนักเรียนชาวญี่ปุ่นพาไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยทางมหาวิทยาลัยจะส่งแจกกำหนดการให้ในวันปฐมนิเทศ เราก็ไปตามวันและเวลาที่กำหนด เตรียมเอกสาร อาทิ ไซริวการ์ด พาสปอร์ต ไปด้วย
สำหรับมหาวิทยาลัยโอคายาม่าและนักเรียนทุนมงจะเปิดเป็นบัญชีธนาคารไปรษณีย์(ยูโจว)
วิธีการเปิดบัญชีเราก็ทำตามๆเขาไป ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ


การฝากเงิน
      1.สอดบัญชีธนาคารหรือบัตรเอทีเอ็มที่ตู้เอทีเอ็ม
2.ใส่เงิน

การถอนเงิน
การถอนเงินที่ญีปุ่น เราสามารถใช้บัตรเอทีเอ็มหรือสมุดบัญชีในการถอนเงินก็ได้
ขั้นตอน
1.สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจในภาษาญีปุ่นของตัวเอง กดเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษ

2.กดปุ่มถอนเงินมุมขวาบน

3.สอดสมุดบัญชี/บัตรเอทีเอ็ม

4.กดรหัสผ่าน4หลักที่ตั้งไว้ตอนทำบัตรเอทีเอ็ม (สามารถกดตัวเลขที่เครื่องหรือที่หน้าจอก็ได้)

5.กดจำนวนเงินที่ต้องการและกดปุ่มYEN

6.ตรวจสอบยอดเงินว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องกดEnter ถ้าไม่ถูกต้อง กดClearและกดตัวเลขใหม่

     7.รับเงินและเก็บสมุดบัญชี/บัตรเอทีเอ็ม

ปล.บัตรเอทีเอ็มของธนาคารญี่ปุ่นสามารถกดเงินสาขาต่างจังหวัดได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
     (ขอขอบคุณเพจBeamsenseiสำหรับข้อมูลเรื่องการใช้เอทีเอ็ม)

   

   รูปภาพทั้งหมดนี้ เราถ่ายเอง ตกแต่งเอง เขียนคำบรรยายเองทุกอย่าง ดังนั้นขอความร่วมมือ ไม่นำข้อมูลไปใช้โดยพลการ หรือเผยแพร่โดยไม่ให้เครดิต - Puinoon

Blog- https://shiroimomo.blogspot.com/