วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สิงที่ควรนำมา/ไม่ควรนำมาก่อนมาเรียนต่อที่ญีปุ่น

สิงที่ควรเตรียมก่อนมาเรียนต่อที่ญีปุ่น

1.โน๊ตบุ๊ค ควรซื้อโน๊ตบุ๊คจากไทยจะดีกว่า จะทำให้สะดวกเวลาคุยกับที่บ้านและใช้ที่ไทยได้ ส่วนเรื่องตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นใช้วิธีกดปุ่มเปลี่ยนภาษาจะดีกว่า ข้อควรระวัง ควรซื้อโน๊ตบุ๊คมาทดลองใช้ก่อนมาเรียนต่ออย่างน้อย1เดือน เผื่อกรณีที่เครื่องมีปัญหาจะได้มีเวลส่งเข้าศูนย์ (เราและเพื่อนเจอปัญหาเครื่องรวนตั้งแต่ช่วงอาทิตย์แรกที่ซื้อ)

2.สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน1ปี แนะนำให้ซื้อสมาร์ทโฟนจากไทยดีกว่า เพราะการซื้อมือถือที่ญีปุ่นจะติดสัญญา(เป็นแพคเก็จรายเดือนที่ต้องใช้ให้ครบ...ปี) ในกรณีที่มาแลกเปลี่ยนเราจะอยู่ญี่ปุ่นแค่10เดือน การยกเลิกต้องเสียค่าสัญญาค่อนข้างแพง ส่วนใหญ่การการติดต่อเพื่อนจะติดต่อผ่านไลน์มากกว่า แนะนำให้มาซื้อซิมรายเดือนอินเทอร์เน็ตที่ญี่ปุ่นใส่มือถือจะดีกว่า 
3.หนังสือภาษาญี่ปุ่นพวกไวยากรณ์เอาไว้อ่านเล่นๆ เนื่องจากที่ห้องสมุดหนังสือแปลเป็นอังกฤษล้วน บางทีอ่านหนังสือที่แปลเป็นภาษาไทยจะทำให้เข้าใจเซนส์ของภาษาได้ง่ายกว่า
4.เงินสำรอง ในกรณีคนที่ได้รับทุนก็ควรเตรียมเงินเผื่อใช้ชีวิตในเดือนแรกที่เงินทุนยังไม่เข้าด้วย ส่วนคนที่คิดจะมาหางานพิเศษทำควรมีเงินสำรองสำหรับช่วงที่ยังไม่มีงานพิเศษ เดือนแรกควรเตรียมมาประมาณหนึ่งแสนเยน เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ต้องซื้อของเข้าหอ จ่ายค่าหอ ค่าหนังสือ จิปาถะ
5.ของฝากเล็กๆสัก10ชิ้นไว้แจกครูหรือเพื่อน เช่น ยาดม ขนมยี่ห้อเบนโตะ
6.บัตรเครดิต การเปิดใช้แพคเกจอินเตอร์เนตรายเดือนที่ญีปุ่่นจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตในการตัดค่ามือถือรายเดือน โดยชื่อเจ้าของบัตรเครดิตต้องตรงกับชื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต(เราเปิดเดือนตุลาคม2558 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขได้ในอนาคต) สำหรับคนที่มีคนในครอบครัวใช้บัตรเครดิตอยุ่แล้ว แนะนำให้เปิดบัตรเครดิตเป็นบัตรเสริม จะอนุมัติง่ายกว่าบัตรหลัก และใช้เอกสารน้อยกว่า สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต ทางแก้คือใช้โปรมือถือแบบธรรมดาค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าแต่สามารถใช้โทรออกได้ด้วย
7.พริกป่น ข้าวคั่ว ฯลฯ เครื่องปรุงไทยแบบที่ต้องมาปรุงเองไม่ใช่สำเร็จรูป


สิ่งที่ไม่แนะนำให้พกมา/พกมาได้แต่พกมาน้อยๆจะดีกว่า
1.พจนานุกรม หนัก และไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากเราสามารถใช้พจนานุกรมผ่านสมาร์ทโฟนได้ สะดวกกว่า
2.ผงปรุงรสสำเร็จรูป บรรดาโลโบ้ รสดี ที่พอกินได้ก็มี ที่ต้องทิ้งก็มาก มาหาวัตถุดิบแถวนี้ประยุกต์เองจะดีกว่า เอามาราวๆสิบซองก็พอแล้ว (ไว้จะรีวิวในโอกาสหน้า)
3.ยา พกมาพอประมาณ สำหรับมหาวิทยาลัยโอคายาม่ามีสถานพยาบาลในมหาวิทยาลัย นักเรียนแลกเปลี่ยนสามารถไปใช้บริการได้ฟรี ดังนั้นใครมาแลกเปลี่ยนที่นี่ไม่ต้องพกยามาเยอะมากก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยที่ค่อนข้างอธิบายยาก ควรพกยามาเอง เพราะหมอญี่ปุ่นพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ อีกอย่างอาการบางอย่างจะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษก็อาจจะสื่อสารไม่เข้าใจกันทั้งคนป่วยทั้งหมอ ตัวอย่างเช่น ปวดท้อง ปวดแบบจี๊ดๆ ปวดแบบตื้อๆ จะพูดอังกฤษยังไงดี ผมก็จนปัญญา กลับไปกินยาที่ห้องดีกว่า
4.ชุดไทย ไม่ต้องแบกมา ไมมีวันให้ใส่ สำหรับบางมหาวิทยาลัยกรณีที่มีงานแสดงก็มักจะมีชุดไทยไว้ให้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องไปหาซื้อนะคะ หนักและเปลือง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น